ใช้ได้ผลจริง MIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs) มาส์กที่ทุก ๆ คนบอกว่าเยี่ยม

เปรียบเทียบราคาMIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs) ที่ฮอตที่สุด

มาสก์หน้าขาวมาใหม่ นี่สิของดี เห็นผล ราคาถูก และนี่ก็คือ MIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs) ซึ่งก็เป็นของแบรนด์ Mijin cosmetic และคุณสมบัติพิเศษ ฟื้นฟูผิวและเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย เพิ่มความชุ่มชื่น เนียนนุ่ม น่าสัมผัส เหมาะกับทุกสภาพผิว พิเศษสุด ๆ อาทิตย์นี้เรามีส่วนลด ราคาพิเศษ:  ฿ 490

มาสก์หน้าขาว-MIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs)

 

 

รายละเอียดของMIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs)

ชนิด เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
Packaging Dimension (WxLxH) 18x20x16 cm.
Weight Detail 0.05 kg.

MIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs)

แบรนด์ : Mijin cosmetic

ปริมาณ : 10×25 กรัม

เนื้อผลิตภัณฑ์ : แผ่นมาส์ก

ประเภทของผิว : เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

ลักษณะเด่น : ฟื้นฟูผิวและเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย เพิ่มความชุ่มชื่น เนียนนุ่ม น่าสัมผัสเหมาะกับทุกสภาพผิว

สินค้าในกล่อง : MIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs)

คุณสมบัติ

ฟื้นฟูผิวและเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย และเพิ่มความชุ่มชื่น เนียนนุ่ม น่าสัมผัส

วิธีการใช้ / How To Use

MIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs)

 – ใช้พอกผิวหน้า

อ่านรายละเอียดคร่าว ๆ ของครีมตัวนี้กันแล้วนะค่ะและเพื่อน ๆ สาว ๆ คนไหนอยากรู้ข้อมูลครีมบำรุงหน้าที่ได้ผลดีตัวนี้ละก็ คลิ๊กดูรายละเอียดได้เลยจร้า

คุณสมบัติอื่น ๆของMIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs) 

คลิปรีวิวMIJIN Royal Jelly Essence Mask (10 Pcs)

ช่วงนี้อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าสิวตู่ประทุ55 และทิ้งร่องรอยไว้เยอะมากก หน้าก็หมอง จุดด่างดำก็มี รอยสิวก็เพิ่ม ตู่เลยต้องเลือกใช้ครีมที่อ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ซึ่ง 1 ในนั้นก็เป็นตัว Smooth E นี่แหละ ที่ใช้จริงๆ และขาดไม่ได้เลย ผลลัพธ์ออกมาพอใจมากก เพราะหน้าตู่ไม่แพ้ และผิวก็ดีขึ้นมากด้วย โดยที่ Smooth E White Babyface Serum มีทั้งสูตรกลางวันและกลางคืน ตู่แนะนำให้ลองใช้คู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยแบรนด์เคลมว่าจะช่วยในเรื่องความขาว เนียน ช่วยให้หน้าดูอ่อนกว่าวัย ลดความเสี่ยงของการเกิดฝ้าและจุดด่างดำที่เริ่มก่อตัวในชั้นผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างต่อเนื่อง เห็นความเปลี่ยนแปลงได้จริง แต่ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับผิวหน้าและระยะเวลาในการใช้ของแต่ละคนด้วยเด้อ5555 ซึ่งผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ ลองไปซื้อใช้กันน้า
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/SmoothEThailand/

เคล็ดลับเทคนิคการดูแลผิวตัวเองของสาวๆแต่ละวัย

ผิวมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปตาาช่วงวัย อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับปัจจัยมลภาวะแวดล้อมที่เราเผขิญด้วย จึงทำให้การบำรุงผิวหน้าของคุณผู้หญิงในแต่ละวัยมีการดูแลที่ต่างกัน เราเลยมีคำแนะนำในการบำรุงผิวหน้าทั้งหมด 4 ช่วงวัย เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้สาวๆ ได้มีทิศทางในการบำรุงผิวหน้าอย่างตรงจุดมากขึ้น

วัย 20 เน้นความชุ่มชื้น

วัยเลข 2 เป็นช่วงวัยที่สาวๆ ควรใส่ใจบำรุง และเน้นป้องกันความเหี่ยวย่นตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงผิวบริเวณรอบคอด้วย สาวๆวัยนี้ไม่ควรลละเลยเรื่องการทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน เน้นการระงับเม็ดสิวด้วยยาแต้มสิว รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผวมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ในวัยนี้ก็สามารถทำสครับผิวหน้าได้แล้ว ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ทุกๆ 2 อาทิตย์ ทั้งนี้เพื่อให้สภาพผิวมีความแข็งแรง มีความชุ่มชื้น มีการผลัดเซลล์ที่ปกติไม่มีเซลล์ผิวเก่าสะสม

วัย 30 ใส่ใจเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ

วัยเลข 3 อาจมาพร้อมกับความกังวลหลายๆอย่าง จึงส่งผลทำให้ผิวหน้ามีปัญหาเรื่องริ้วรอย อีกทั้งบางคนที่ไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำก็มักจะมีปัญหาเรื่องฝ้า กระ และจุดด่างดำด้วย สำหรับสิ่งที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นของผิวสาววัย 30 ที่มีปัญหาผิวมันก็คือ การสครับผิวหน้าบ้าง คือ ทำเดือนละครั้ง

วัย 40 บำรุงผิวให้กระชับ

สาววัยเลข 4 อาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องความเหี่ยวย่นบริเวณผิวรอบดวงตา และริมฝีปากบ้างแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพราะร่างกายผลตืฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ทำให้บริเวณผิวที่บอบบางเช่น ลำคอ รอบดวงตา หางตา ร่องแก้ม และริมฝีปาก มีความกระชับตึงน้อยลงจากเดิม ดังนั้นการบำรุงด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ควรเพิ่มการบำรุงด้วยโปรตีนจำพวกคอลลาเจน

วัย 50 บำรุงผิวให้กระชับ

สาววัยเลข 5 นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวอย่างเห็นได้ชัด เพราะผิวที่มีความยืดหยุ่นน้อยลงแล้ว ยังมีความหย่อนคล้อยตามมาอีกด้วย เช่น ถุงใต้ตา ผิวบริเวณลำคอหย่อนคล้อย บางครั้งการบำรุงด้วยเซรั่มเข้มข้น โปรตีนคอลลาเจน หรือการทรีตเม้นท์บ่อยๆ ยังไม่ค่อยเห็นผล ทำให้สภาพผิวของสาววัยเลข 5 จึงเหมาะที่สุดกับการทำเลเซอร์คืนความอ่อนวัย รวมถึงผลิตภัณฑ์ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว

Reply